ตึกถล่มคลอง6 – บทเรียนและข้อคิดอาคารถล่ม

364

ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สุดในรอบปีของวงการอสังหาริมทรัพย์เมืองไทยในปีนี้ ที่อาคารขนาด 6 ชั้นเกิดถล่มลงมาแบบที่ต้องตกตะลึงอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นจังหวะที่ดีเมื่อมีกล้องสามารถบันทึกนาทีชีวิตได้ จนทำให้เกิดการสูญเสียทั้งทรัพย์ และชีวิตหลายคนเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตึกถล่ม คลอง6
ตึกถล่ม คลอง6

กรณีอาคารถล่มที่คลองหก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตจำนวนมากนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้หลายฝ่ายได้กรุณาให้ความช่วยเหลือ กู้ภัย ดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล และเสาะหาผู้ที่อยู่ใต้ซากอาคารอย่างขะมักเขม้น ต้องขอขอบคุณผู้มีจิตสาธารณะทั้งหลายที่ได้คลี่คลายสถานการณ์ลดความตระหนกตกใจต่อสาธารณะลงไปเป็นลำดับ

ในด้านวิศวกรรมและการก่อสร้างมีทั้งภาครัฐโดยกรมกองต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน โดยองค์กรวิชาชีพต่าง ๆ ในส่วนของภาครัฐ กระทรวงมหาดไทยโดยทางจังหวัด กรมโยธาธิการ และกรม กองด้านสาธารณภัย สภาวิศวกรโดยสถานภาพเป็นนิติบุคคลเชื่อมโยงภาครัฐและภาคเอกชน มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลวิศวกร และมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ ส่วนภาคเอกชน ทางวิชาชีพโดยสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) มีทีมงานเข้าไปบันทึกเหตุการณ์และตรวจสอบสภาพการวิบัติ และการพังทลาย รวมถึงการรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ เพื่อนำไปพิจารณาหาสาเหตุแห่งการวิบัติ และหาแนวทางเพื่อการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งอาจรวมถึงสนับสนุนพยานหลักฐานในขบวนการยุติธรรมที่จะพิจารณาลงโทษผู้กระทำความผิดและขจัดกระบวนการทางธุรกิจที่มุ่งเน้นเพียงผลประโยชน์ โดยขาดความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของสาธารณะ จากข้อมูลเบื้องต้นที่กระผมได้รับมาคาดว่าสาเหตุหลักน่าจะอนุมานได้จากขั้นตอนของการออกแบบ และ/หรือขั้นตอนของการก่อสร้าง ที่จะต้องพิจารณาตรวจสอบอย่างละเอียดลึกซึ้งโดยผู้ชำนาญการพิเศษของสภาวิศวกรร่วมกับวิศวกรรมสถานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังมีแง่มุมที่น่าให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในแง่ของสาธารณชนและผู้บริโภค คือ การใช้ช่องว่างทางกฎหมายเกี่ยวกับอาคารสูงหรืออาคารใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการเกี่ยวกับที่จอดรถ เกี่ยวกับระบบความปลอดภัย และเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งกำลังระบาดหนักบริเวณชานเมืองของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะย่านสถาบันการศึกษาหรือย่านศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่ดึงดูดผู้คนและสาธารณะเข้ามาใช้สอยหรืออยู่อาศัยกันเนืองแน่นมากขึ้น

อนึ่ง ผลการตรวจสอบที่คาดว่าจะรู้ถึงสาเหตุของการวิบัติ ยังจะต้องนำไปสู่การวิเคราะห์วิจัย และนำไปสู่การวินิจฉัยเพื่อเสริมสร้างมาตรฐานการประกอบวิชาชีพให้แข็งแรงยิ่งขึ้นเพื่อการป้องกัน และส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดสมรรถภาพทางวิชาชีพ รองรับมาตรการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างยั่งยืนสืบไป.

โดย ศ.ดร.เอกสิทธิ์ ลิ้มสุวรรณ
ศ.กิตติคุณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อุปนายก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ
อนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ สภาวิศวกร

cr. เดลินิวส์