รถไฟความเร็วสูงเดินหน้า 2 สายแรกงบ 7 แสนล้านบาท

418

เป็นเรื่องราวมาหลายปีกับรถไฟฟ้าความเร็วสูง แต่ดูเหมือนล่าสุดจะคลอดอีกแล้วกับรถไฟฟ้าความเร็วสูง 2 สายแรกที่เตรียมทุ่มงบกว่า 7 แสนล้านบาท โดยเส้นทางดังกล่าวเปลี่ยนจากที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์วางแผนไว้พอสมควร

รถไฟความเร็วสูง เดินหน้า รัฐทุ่มงบ 7.4 แสนล้าน เริ่มสร้างรถไฟความเร็วสูงก่อน 2 สาย หนองคาย-มาบตาพุด และเชียงของ-บ้านภาชี ช่วงปลายปี 2558

วันที่ 28 สิงหาคม 2557 มีรายงานว่า นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เผยถึงความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงหรือรถไฟรางคู่ของไทย ว่า ตอนนี้ สนข. ได้เตรียมงบประมาณ 359 ล้านบาท สำหรับว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งด้านแบบก่อสร้างและการลงทุน ในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดมาตรฐาน 1.43 เมตร ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า จำนวน 2 เส้นทางที่อยู่ในระยะเร่งด่วน คือ

1. เส้นหนองคาย-โคราช-สระบุรี-แหลมฉบัง-มาบตาพุด ระยะทาง 737 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 392,570 ล้านบาท

2. เส้นเชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี ระยะทาง 655 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 348,890 ล้านบาท

รถไฟความเร็วสูง
รถไฟความเร็วสูง

โดยคาดว่าจะได้ลงนามว่าจ้างภายในเดือนตุลาคมนี้ ใช้เวลาศึกษาอีกประมาณ 1 ปี และลงมือก่อสร้างในช่วงปลายปี 2558 แล้วเสร็จในปี 2564

ส่วนด้านรูปแบบการลงทุน นายชัยวัฒน์ เผยว่า ในเบื้องต้นกรมรางจะรับผิดชอบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบรางทั้งหมด แต่ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนว่าจะนำเงินทุนก้อนนี้มาจากไหน จะเป็นงบประมาณแผ่นดิน เงินกู้ หรือกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนเรื่องการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทยจะฝ่ายรับผิดชอบในส่วนนี้

ทั้งนี้ในอนาคตยังมีแผนโครงการรถไฟความเร็วสูงในระยะที่ 2 ซึ่งจะดำเนินการในปี 2565-2572 เป็นการก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 3 เส้นทาง คือ ตาก-พิษณุโลก-บ้านไผ่, หนองคาย-อุบลราชธานี และบ้านภาชี-กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยจาก นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทูตพาณิชย์ของประเทศจีนได้เดินทางเข้าพบและแสดงความสนใจจะร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงโครงการ 1 ของไทย เนื่องจากเห็นว่าเป็นการพึ่งพาเศรษฐกิจระหว่างกัน เพราะทั้ง 2 เส้นทางนั้นสามารถเชื่อมไปสู่ประตูการค้าของจีน ซึ่งจีนก็กำลังเตรียมสร้างรถไฟไฮสปีดเทรนเชื่อมมาถึงประเทศลาว โดยขอให้นำความตกลงเดิมระหว่างไทย-จีน ขึ้นมาพิจารณา คือ การร่วมลงทุนในรูปแบบ รัฐบาลไทย-เอกชนไทย-เอกชนจีน แต่อย่างไรก็ดีการจะพัฒนาระบบรถไฟในภาพรวมของไทยคงจะคุยกับจีนเพียงประเทศเดียวไม่ได้ ต้องเปิดโอกาสให้ประอื่น ๆ เข้ามาร่วมหารือด้วย เพื่อให้การดำเนินงานของโครงการของไทยเกิดประโยชน์สูงสุด